ต้องยอมรับว่าไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน
ผู้หญิงจำเป็นต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเองเป็นพิเศษ
เพราะสมัยนี้คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ มีมิจฉาชีพอยู่เต็มไปหมด
และผู้หญิงก็คงไม่สามารถต่อสู้กับเขาได้ด้วยทำให้ทริปท่องเที่ยวของคุณ
อาจกลายเป็นฝันร้ายที่สูญเสียเงินหรือกระทั่งชีวิตได้เลยด้วยซ้ำ
ทำให้ผู้หญิงเราจึงต้องเที่ยวแบบระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ
1. หลีกเลี่ยงที่เปลี่ยว
ต่อให้เป็นในประเทศที่ตัวเองรู้จักดี
ตามตรอกซอกซอยที่ไม่ค่อยมีคนผ่านไปมายังน่ากลัวเลย
นับประสาอะไรกับต่างประเทศที่คุณไม่รู้ว่ามันเป็นที่ไหนด้วยซ้ำ
หากพวกมิจฉาชีพเห็นผู้หญิงตัวคนเดียวแถมยังเป็นชาวต่างชาติมาเดินในที่แบบ
นี้ มีหวังได้โดนปล้นแน่ ๆ
เพราะยังไงซะผู้หญิงก็เป็นเพศที่อ่อนแอและยากจะต่อสู้ได้อยู่แล้ว
2. พกไฟฉายและนกหวีดไปด้วย
ต่อให้มีเพื่อนไปด้วย
แหล่งท่องเที่ยวรวมทั้งถนนที่มืดมิดก็ยังน่ากลัวอยู่ดี
แถมอาจมีกรณีฉุกเฉินต่าง ๆ ที่คุณต้องใช้ในยามจำเป็นอีกด้วย ดังนั้น
ควรพกไฟฉายแท่งเล็ก ๆ ติดกระเป๋าไว้สักอัน
และหากมีน้ำหนักสักนิดพอใช้เป็นที่ป้องกันตัวได้ด้วยก็น่าจะยิ่งดี ทั้งนี้
แม้จะมีเพื่อนไปด้วยแต่บนถนนมืด ๆ ก็ควรใช้ และถ้าหากจวนตัวจริงๆ นกหวีดเป็นอุปกรณ์เรียกร้องความสนใจได้เป็นอย่างดี ในการขอความช่วยเหลือ
3. คนพลุกพล่านใช่ว่าจะดี
มีโจรไม่น้อยที่ชอบสถานที่ที่คนพลุกพล่านยิ่งกว่าตามตรอกซอกซอย
เช่น ในงานประเพณีหรืองานคอนเสิร์ต เพราะท่ามกลางคนที่เบียดเสียดแออัด
แถมคุณยังประมาท
อาจเป็นโอกาสดีให้พวกเขาแทรกตัวเข้าไปฉกฉวยข้าวของจากคุณแบบเนียน ๆ
ในขณะที่คุณเผลอ แล้วหายไปกับฝูงคนได้อย่างรวดเร็ว
รู้แบบนี้แล้วก็ต้องระวังข้าวของให้มากขึ้นหน่อยล่ะ
4. กระจายการเก็บเงิน
ถ้าคุณจำเป็นต้องพกเงินสดติดตัวจำนวนมากพอสมควร
และก็กลัวว่าการเก็บเงินไว้ที่กระเป๋าสตางค์เพียงจุดเดียว
หากถูกขโมยขึ้นมาจริง ๆ คงต้องเดือดร้อนแน่ ๆ เพราะฉะนั้น
กระจายที่เก็บเงินเอาไว้สำรองหน่อยก็ดี เช่น ซุกซ่อนไว้ตามชุดชั้นใน
เป็นต้น แบบนี้แล้วหากคิดจะฉกฉวยไปคงยากแน่ ๆ
แถมยังเป็นที่ซึ่งหลายคนคาดไม่ถึงอีกด้วย
5. เก็บเครื่องประดับไปซะ
เข้าใจดีว่าเครื่องประดับสวย ๆ
ทั้งหลายเป็นของที่คุณแสนจะภาคภูมิใจ
ไปเที่ยวทั้งทีก็อยากจะแต่งตัวสวยใส่โชว์กันบ้าง แต่มันจะคุ้มกันไหมล่ะ
หากเครื่องประดับของมีค่าพวกนี้เป็นตัวล่อตาล่อใจเหล่ามิจฉาชีพได้เป็นอย่าง
ดี และถ้าคุณไม่อยากให้เครื่องประดับชิ้นโปรดถูกขโมยไปต่อหน้าต่อตา
ก็ทิ้งมันไว้ที่บ้านดีกว่า
6. ยกกระเป๋าให้เขาไป
ถ้าคุณเกิดโดนโจรจี้ปล้นเข้าแล้วจริง ๆ
ก็ยอมยกกระเป๋าของคุณให้เขาไปเลยดีกว่า คุณอาจคิดว่าแค่เงินก็น่าจะพอ
จึงกะจะลองวัดใจล้วงหยิบกระเป๋าสตางค์ควักเงินให้
แต่เขาจะเข้าใจผิดได้ว่าคุณจะหยิบอาวุธจนเข้าทำร้ายเอา
ทางที่ดียอมส่งกระเป๋าทั้งใบให้ไปเลยจะดีกว่า
อย่างน้อยความปลอดภัยของคุณก็ต้องสำคัญกว่ากระเป๋าเพียงใบเดียวแน่ ๆ
7. ระมัดระวังการแต่งตัว
แต่ละประเทศมีขนบธรรมเนียมประเพณีในการแต่งตัวแตกต่างกันไป
ในขณะที่บางประเทศการแต่งตัวด้วยชุดเกาะอกเอวลอยอาจเป็นแฟชั่นทั่วไป
ในบางประเทศอาจหมายถึงการยั่วยวน ซึ่งสามารถนำอันตรายมาสู่ตัวเองก็ได้
ดังนั้น พยายามเลือกเสื้อผ้าที่ดูมิดชิดไว้ก่อน นอกจากนี้
ก็สังเกตการแต่งตัวของคนท้องถิ่นเขาด้วย
8. หลีกเลี่ยงการคุยกับหนุ่มแปลกหน้า
การมีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบอาจทำให้ทริปของคุณมีสีสันขึ้นอีกเยอะ
แถมยังช่วยเสริมความมั่นใจ เป็นตัวเช็กเรตติ้งให้เราอีกต่างหาก
แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าหนุ่ม ๆ ที่เข้ามาเขาสนใจเราจริง ๆ
หรือแค่เงินในกระเป๋าของเรากันแน่ มีสาว ๆ
ไม่น้อยหรอกนะที่หลงเสน่ห์โจรจนตามเขาไปกลายเป็นเหยื่อไม่รู้ตัว
9. ตบตาด้วยแหวนแต่งงาน
ไม่มีผู้ชายมาด้วยเป็นตัวเป็นตนก็ไม่เห็นเป็นไร
การสวมแหวนแต่งงานเอาไว้แม้จะดูเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ
แต่มันทำให้ผู้ชายบางคนตัดสินใจเลิกยุ่งกับคุณ
เพราะมองว่าผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว เป็นสมบัติของคนอื่น
ยังไงก็ต้องเกรงใจสามีเธอบ้าง และมันก็เวิร์คไม่เบาเลยล่ะ
10. ในกรณีที่จะถูกข่มขืน
วิธีนี้อาจจะฟังดูแปลกอยู่สักหน่อย
แต่พบว่าการแกล้งทำเป็นจะอาเจียนใส่หน้าผู้ชาย
ช่วยให้นักท่องเที่ยวสาวสามารถรอดมาได้หลายรายแล้ว อย่างไรก็ตาม
ใช่ว่าวิธีนี้จะได้ผลเสมอไป หากคุณถูกข่มขืนขึ้นมาจริง ๆ
อย่าได้รู้สึกไม่ดีกับตัวเอง เพราะคุณไม่ได้ทำอะไรผิด
และไม่ว่าคุณจะขยะแขยงแค่ไหน อย่าเพิ่งรีบชำระล้างร่างกาย
แต่ตรงไปโรงพยาบาลเพื่อเอาหลักฐานไปดำเนินคดีทันที
ทั้งนี้ ความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณดูมั่นใจแม้จริง ๆ
แล้วจะไม่รู้ทางหรือแม้แต่ภาษาด้วยซ้ำ
แต่มันก็จะพอช่วยตบตาให้มิจฉาชีพไม่เข้ามายุ่งกับคุณมากนัก ดังนั้น
จำไว้ว่าอย่าทำท่าทางไม่มั่นใจหรือสับสนเด็ดขาด
ด้วยความปราถนาดีจาก thaiweddingalbum.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น